หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (TG) 06spr

 

  • Written by THETOP
  • มกราคม 17, 2014 at 9:11 am
  • 0
หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (TG) 06spr
รหัสโปรแกรมทัวร์ 06spr      |      
เดินทาง โดยสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG
ราคา 19,900 บาท
ตารางการเดินทางและอัตราค่าบริการ
เริ่มเดินทาง
เดินทางกลับ
จำนวนผู้เดินทาง
ผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่ + เด็ก
เด็กมีเตียง
เด็กไม่มีเตียง
พักเดี่ยว
13 เม.ย. 57 15 เม.ย. 57 20 19,900 18,900 17,900 16,900 2,900

รายละเอียดการเดินทาง
วันที่แรก กรุงเทพฯ–หลวงพระบาง–วัดใหม่สุวันพูมาราม–พระราชวังเก่า–พระธาตุภูษี–ตลาดไนท์พลาซ่า
07.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตู 2-3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารในการเดินทาง
09.25 น. เหินฟ้าสู่ หลวงพระบาง โดย สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 2576  (บริการอาหารบนเครื่อง)
11.00 น. เดินทางถึง สนามบินเมือง หลวงพระบาง อดีตราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เดิมชื่อ “ศรีสัตนาคนหุตมะราชธานี” เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม ปัจจุบันเป็น 1 ใน 17 ของของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในปี พ.ศ.2538 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เมืองหลวงพระบาง เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในฐานะที่อนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้ได้ดีที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พบไกด์ท้องถิ่นแล้ว  นำท่านเดินทางสู่ร้านอาหาร
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง (มื้อที่ 1) หลังอาหารเที่ยงนำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง ชม “วัดใหม่สุวันพูมาราม”  ซึ่งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ติดกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท ในปี พ.ศ.2337 หรือชื่อสั้นๆว่า วัดใหม่ วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน นับเป็นสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว มีอุโบสถที่สวยงามด้วยศิลปะแบบอูบมุง และปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรมแล้วชม “พระราชวังเก่า” (Royal Palace Museum) เป็นวังที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ทรงประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2518 พระราชวังก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็น พิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วย หอฟังธรรม ห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิตและพระมเหสี ห้องท้องพระโรง ทางด้านหลังก็เป็นพระตำหนักซึ่งมีเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ จัดเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบง่าย และนำท่านนมัสการหอพระบาง ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง เป็นพระพุทธรูปประทับยืน ปรางค์ห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปศิลปะขอมสมัยหลังบายน น้ำหนัก 54 กก. ประกอบด้วยทองคำ 90 %  และยังมีพระพุทธรูปนาคปรกสลักศิลาศิลปะขอมอีก 4 องค์ประดิษฐานอยู่ หลังจากนั้นตรงข้ามพระราชวัง นำท่านเดินขึ้นบันได 328 ขั้น สู่ พระธาตุภูษี  ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 150 เมตร ใจกลางเมืองหลวงพระบาง สองข้างทางขึ้นพระธาตุ ร่มรื่นและหอมอบอวลไปด้วย ดงดอกจำปาลาว หลากสีสัน(ช่วง กพ.-มีค.) ภูษีนี้ หมายถึง “ภูศรี” คือเป็นศรีของเมืองหลวงพระบางนั่นเอง ตั้งโดดเด่นกลางใจเมืองมีจุดชมวิวก่อนถึงยอดพระธาตุ มองเห็นวัด บ้านเรือน ทอดยาวขนานกับแม่น้ำโขงจรดปากแม่น้ำคาน ยอดสูงสุดของภูษี อยู่บนพื้นที่ราบแคบๆ ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร จะสวยมากในยามบ่ายแก่ๆ แบบนี้แสงแดแจะส่ององค์พระธาตุเป็นสีทองสุกปลั่ง มีทางเดินรอบองค์พระธาตุ สามารถชมทิวทัศน์ตัวเมืองหลวงพระบางได้เกือบรอยเลยทีเดียว ให้ท่านชมพระอาทิตย์อัสดงและตัวเมืองหลวงพระบางในมุมสูง ซึ่งเบื้องล่างจะมองเห็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีแม่น้ำโขงเป็นฉากหลัง และอีกด้านหนึ่งจะเห็นน้ำคานที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง เมื่อมองจากยอดพระธาตุพูสี จะเห็นภาพพาโนรามาของราชธานีเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนสมกับนามว่า บ้านผา เมืองภู อู่อารยะธรรมล้านช้าง หลังอาหารนำท่านแวะช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ “ตลาดไนท์พลาซ่า” เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม แม้นแต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายถูกวางอยู่บนถนนและริมทางเดินตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน
ตลาดไนท์พลาซ่า  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2) ที่พัก โรงแรมที่พัก SUNWAY HOTEL เทียบเท่า 
วันที่สอง ร่วมทำบุญใส่บาตร – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห – น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม
05.30 น. ตื่นแต่เช้า ร่วมทำบุญใส่บาตร กับชาวเมืองหลวงในวัฒนธรรม ของชาวพุทธแบบดั้งเดิม ทุกเช้าชาวหลวงพระ บางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ ที่เรียงแถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูป เป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวา   ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุข  ความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมชาวล้านช้าง  นับว่าเป็นภาพที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก จากนั้นไปชมตลาดเช้าพื้นบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง (การตักบาตรจะเป็นการตักบาตรข้าวเหนียว และ อาหารแห้ง)  ขอแนะนำ ร้านกาแฟลาว ซึ่งชื่อของร้าน ถือเป็นการบ่งบอกอยู่แล้วว่ามีจุดเด่นอยู่ที่ กาแฟลาวชงแบบโบราณรสเลิศ เปิดบริการชาวเมืองหลวงพระบางมาแล้วนับ 10 ปี ท่านยังสามารถเลือกชิม เฝอสูตรเวียดนามแท้ๆ หรือ ข้าวซอยหลวงพระบาง รสเด็ด หรือ ข้าวจี่ (ขนมปังบาร์เกตต์)+ไข่ดาว แสนอร่อย และ ชา-กาแฟ, โอวัลติน, โอเลี้ยงได้ตามชอบ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (มื้อที่ 3) หลังอาหารเดินทางสู่ ท่าเรือหน้า วัดเชียงทอง เพื่อลงเรือเดินทางชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขง ถ้ำติ่ง ซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขงมีอยู่ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำล่างและถ้ำบน ถ้ำติ่งลุ่ม หรือ ถ้ำล่างสูง 60 เมตรจากพื้นน้ำ มีลักษณะเป็นโพรงน้ำตื้นๆ มีหินงอกหินย้อย มีพระพุทธรูปไม้จำนวนนับ 2,500 องค์ ส่วนใหญ่จะเป็นพระยืน มีทั้งปางประทานพร และปางห้ามญาติ ถ้ำติ่งบน จะไปทางแยกซ้ายเดินขึ้นบันไดไป 218 ขั้น ปากถ้ำไม่ลึกมากมีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำแต่ไม่มากเท่าถ้ำล่าง สมัยโบราณเป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณ ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ต่อมาพระเจ้าโพธิสารทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนาเป็นผู้นำพระพุทธรูปเข้ามา และจึงทรงใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา  แล้วล่องเรือกลับ ก่อนถึงตัวเมืองหลวงพระบางแวะ บ้านช่างไห ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโท และต้มเหล้าขาว จำหน่ายและยังเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวก ผ้าทอลวดลายสวยงามมากมาย เครื่องเงิน วางจำหน่ายอย่างเป็นระเบียบ ชมความร่วมมือของชาวบ้านที่ได้จัดแต่งลานบ้าน อย่างสวยงามเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว แล้วเดินทางกลับสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4) นำเดินทางผ่านหมู่บ้านชนบท ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านสู่ น้ำตกตาดกวงชี ห่างจากหลวงพระบาง 30 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ตกลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงามแต่ละชั้นเกิดจากการผสมของหินปูนสูงราว 70 เมตร มี 2 ชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆ น้ำตก จากนั้นนำท่านเดินทางกลับหลวงพระบาง โดยแวะช้อปปิ้งผ้าพื้นเมืองที่ บ้านผานม เป็นหมู่บ้านชาวไทลื้อ มีฝีมือในการทอผ้าอย่างสวยงาม อดีตเป็นแหล่งทอผ้าถวายแด่เจ้ามหาชีวิต ปัจจุบันผ้าทอจากบ้านผานมนี้มีชื่อเสียงมาก และมีการรวมกลุ่มตั้งเป็นศูนย์หัตถกรรมแสดงสินค้า และยังมีการสาธิตให้ท่านชมด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) ที่พัก  โรงแรมที่พัก SUNWAY HOTEL เทียบเท่า 
วันที่สาม วัดเชียงทอง – วัดแสน – วัดวิชุนราช – พระธาตุหมากโม – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (มื้อที่ 6) นำท่านชม วัดเชียงทอง เป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปเวียงจันทน์ และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของลาว บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองหลวงพระบาง ใกล้บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง มีพระอุโบสถ หรือภาษาลาวเรียกว่า “สิม” เป็นหลังไม่ใหญ่โตนัก หลังคาพระอุโบสถแอ่นโค้งและลาดต่ำลงมาก ซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น เป็นศิลปะแบบหลวงพระบาง ส่วนกลางมี ช่อฟ้า ประกอบด้วย 17 ช่อ ซึ่งเป็นที่สังเกตกันว่า เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์สร้างขึ้นจึงมี 17 ขั้น ส่วนสามัญจะสร้างกันแค่ 1-7 ช่อ เชื่อกันว่าจะเก็บของมีค่าไว้ในนั้นด้วย ส่วนหน้าบัน หรือภาษาลาวว่า “โหง่” เป็นรูปเศียรนาค ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบสง่าสะอาดมีการวางผังออกแบบและบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม แล้วนำชม วัดแสนสุขาราม วัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเข้าชม วัดวิชุนราช สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ. 2046 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ มีเจดีย์ปทุมหรือพระธาตดอกบัวใหญ่ วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ทำให้ชาวลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโม เป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย เจดีย์นี้อาจดูทรุดโทรมมากแม้จะมีการปฏิสังขรณ์มา 2 ครั้งแล้วในปี พ.ศ.2402 ในสมัยพระเจ้าสักกรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน หลังจากนั้น
11.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 2577
13.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

 

Leave a Reply

 

Your email address will not be published. Required fields are marked *